รายงานวิจัย/นวัตกรรมของครู
รวมสือการสอน / นวัตกรรมของครูโรงเรียนแคมป์สนวิทยาคม ปีการศึกษา 2563
การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความส าคัญ โดยใช้แบบฝึกทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย - ครูเอนกพงศ์
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการ เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ส าหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนแคมป์สนวิทยาคม อ าเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการ วิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนแคมป์สนวิทยาคม อ าเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ จ านวน 59 คน เป็นการวิจัยเชิงทดลองแบบกลุ่มเดียวสอบก่อนและสอบหลัง
การใช้ใบงานมีชีวิต Liveworksheets รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน 1 -ครุอริศรา
การวิจัยเรื่องการรายงานการใช้ใบงานมีชีวิต Liveworksheets รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน 1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สามารถสรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ ผลการวิจัยพบว่านักเรียนการใช้ใบงานมีชีวิต Liveworksheets รายวิชาวิทยาศาสตร์ พื้นฐาน 1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้ใบงานมีชีวิต Liveworksheets จ านวน 5 ชิ้นงาน กับ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนแคมป์สนวิทยาคม จ านวน 30 คนนักเรียนสามารถผ่าน เกณฑ์การประเมินได้จ านวน 25 คนคิดเป็นร้อยละ 83.33 ไม่ผ่านเกณฑ์ประเมิน 5 คนคิดเป็นร้อยละ 67 ของนักเรียนที่ใช้ใช้ใบงานมีชีวิต Liveworksheets และนักเรียนมีความสนใจต่อการเรียนโดยใช้ใบ งานมีชีวิต Liveworksheets เป็นอย่างดี
การใช้ชุดแบบฝึกในการสอนเรื่องระยะทางและการกระจัดชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2-ครูสุมาลี
เนื่องจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน 3 ในส่วนของเนื้อ เรื่องระยะทางและการกระจัด รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน นักเรียนไม่สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนที่ ถูกต้อง ไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างระยะทางและการกระจัดได้จ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง แก้ไขปัญหาดังกล่าวเห็นว่าการใช้ใบงานที่มีสีสันสวยงามมีใบความรู้เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะสามารถ แก้ปัญหาดังกล่าวได้ 
รายงานการใช้นวัตกรรมสื่อการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์-ครูสุภาพร
จากสถานการณ์ในปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการศึกษา ทำให้ต้องมี การปรับการเรียนการสอนในหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการเรียนการสอนในรายวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 ครูผู้สอนมีแนวคิดในการจัดการเรียนรู้โดยนำสื่อการสอนออนไลน์มาใช้ร่วมกับคลิปวีดีโอช่วยสอน เพื่อส่งเสริมให้ นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่อง การดำเนินการของเซต ดียิ่งขึ้น และยังช่วยให้ผู้เรียนมีทัศนคติที่ดีในการเรียนวิชานี้ ช่วยสร้างแรงจูงใจในการเรียน ทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความจำ และนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง 

กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้สื่อการสอนออนไลน์ร่วมกับคลิปวีดีโอช่วยสอน เรื่อง “การ ดำเนินการของเซต” ที่ผู้สอนได้จัดทำขึ้นนี้ ผู้สอนได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญและมีส่วนช่วยในการฝึกทักษะให้เกิดความ ชำนาญแก่ผู้เรียน โดยผู้เรียนสามารถศึกษาเรียนรู้ เข้าฝึกได้หลายๆครั้ง คลิปวีดีโอช่วยสอน เรื่อง “การดำเนินการของ เซต” นี้นับว่าเป็นประโยชน์ต่อครูผู้สอนและนักเรียนเป็นอย่างมาก ซึ่งจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและ สามารถแก้ไขข้อบกพร่องของนักเรียนได้
รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการสอนออนไลน์งานเขียนแบบเบื้องต้น-ครูสายัณห์
การวิจัยเรื่องการพัฒนาเอกสารประกอบการสอนออนไลน์งานเขียนแบบเบื้องต้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สามารถสรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ 

ผลการวิจัยพบว่านักเรียนมีความรู้ความเข้าใจการใช้เครื่องมือเขียนแบบที่ถูกต้องและแม่นย ามากขึ้น โดยรวมอยู่ในระดับมากเมื่อพิจารณาเป็นรายข้ออยู่ในระดับมากทุกข้อดังนี้ความสนใจการใช้เครื่องมือเขียน แบบ โดยสรุปจากการสังเกตและทดสอบการใช้เครื่องมือเขียนแบบ เพื่อสร้างพฤติกรรมของผู้เรียนให้มีความ กระตือรือร้นและมีความเอาใจใส่ต่อการเรียน ครูผู้สอนต้องสร้างจิตสานึกให้กับผู้เรียนอยู่เสมอ ตลอดจนการใช้ รูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่มีความหลากหลายเพื่อมิให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่ายและมีความสนใจมาก ขึ้นโดยเฉพาะการสอนออนไลน์ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยระบบใบงานอิเล็กทรอนิกส์เป็นอีกหนึ่ง วิธีการสอนมีส่วนส าคัญในการปรับพฤติกรรมของผู้เรียนให้เกิดความกระตือรือร้นและเอาใจใส่ต่อการเรียนการ สอนเป็นอย่างด
การพัฒนาทักษะการเรียนวิชาพลศึกษา (ฟุตบอล)-ครูสมหมาย
กีฬาฟุตบอล เป็นกีฬาที่สามารถพัฒนาทางด้านร่างกายให้มีสมรรถภาพที่ดีขึ้นได้หลายด้าน ทักษะการรับและส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านใน เป็นพื้นฐานส าคัญของการเล่นฟุตบอล จากการสังเกต เรื่องทักษะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในปีการศึกษา 2564 พบว่า ทักษะการรับและส่งบอล ด้วยข้างเท้าด้านใน อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ า ส่งผลให้ไม่สามารถเรียนในทักษะที่สูงขึ้นได้ 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้รูปแบบการ สอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ (Collaborative Learning) เทคนิคเพื่อนช่วยเพื่อน โดยใช้รูปแบบการ ทดลองขั้นต้น แบบ Pretest-Posttest Design กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนแคมป์สนวิทยาคม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จ านวน 36 คน ที่ได้มาโดยการเลือก แบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้เทคนิค เพื่อนช่วยเพื่อน จ านวน 4 แผน เรื่อง ทักษะการรับและส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านใน และแบบทดสอบ ทักษะ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 

ผลการวิจัยพบว่า จากการด าเนินการวิจัยเพื่อพัฒนาทักษะ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ เทคนิคเพื่อนช่วยเพื่อน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มี ผลให้เกิดการพัฒนา โดยก่อนที่จะได้รับการจัดเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ยด้านทักษะซึ่งได้จากการใช้ แบบทดสอบทักษะ โดยภาพรวม 6.11 และหลังจากได้รับการจัดการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ย โดยภาพรวม เป็น 7.11 มีความก้าวหน้า 1 
รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนออนไลน์งานผลิตภัณฑ์จากลูกสน-ครูสมลักษณ์
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาถึงแนวทางที่จะช่วยเพิ่มทักษะและวิธีการประดิษฐ์ดอก มะลิ รายวิชางานผลิตภัณฑ์จากลูกสน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2)เพื่อให้นักเรียนมีทักษะในการ ประดิษฐ์ดอกมะลิได้อย่างถูกต้อง 80%ของผู้เรียนทั้งหมด

 ผลการวิจัยพบว่านักเรียนมีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในการประดิษฐ์ดอกมะลิ มากขึ้นโดย รวมอยู่ในระดับมากเมื่อพิจารณาเป็นรายข้ออยู่ในระดับมากทุกข้อ ความสนใจการประดิษฐ์ดอกมะลิ โดย สรุปจากการสังเกตและการปฏิบัติชิ้นงาน เพื่อสร้างพฤติกรรมของผู้เรียนให้มีความกระตือรือร้นและมีความเอา ใจใส่ต่อการเรียน ครูผู้สอนต้องสร้างจิตสานึกให้กับผู้เรียนอยู่เสมอ ตลอดจนการใช้รูปแบบการจัดการเรียนการ สอนที่มีความหลากหลายเพื่อมิให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่ายและมีความสนใจมากขึ้นโดยเฉพาะการสอน ออนไลน์ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วย ใบงาน Liveworksheets แบบทดสอบ Google ฟอร์ม วีดีโอช่วยสอน เป็นอีกหนึ่งวิธีการสอนมีส่วนสำคัญในการปรับพฤติกรรมของผู้เรียนให้เกิดความกระตือรือร้น และเอาใจใส่ต่อการเรียนการสอนเป็นอย่างดี  
รายงานการใช้เอกสารประกอบการเรียน รายวิชา การงานฯ-ครูลภัสรดา
การศึกษาและการใชเ้อกสารประกอบการเรียนคร้ังน้ีมีวตัถุประสงคเ์พื่อ (1) หาประสิทธิภาพเอกสารประกอบการเรียน รายวิชา ง 21101 การงานอาชีพ (งานธุรกิจ) หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความรู้ทวั่ ไปเกี่ยวกบัการประกอบธุรกิจ ช้นั มธัยมศึกษาปีที่ 1 (1) เพื่อเปรียบเทียบผลสมัฤทธ์ิทางการเรียน รายวิชา ง 21101 การงาน อาชีพ (งานธุรกิจ) หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความรู้ทวั่ ไปเกี่ยวกบัการประกอบธุรกิจช้นั มธัยมศึกษาปี ที่ 1 ก่อนเรียนและหลงัเรียนดว้ยเอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความรู้ทวั่ ไป เกี่ยวกบัการประกอบธุรกิจช้นั มธัยมศึกษาปีที่ 1 (2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปี ที่ 1 โรงเรียนแคมป์สนวิทยาคม ที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน หลงัจากเรียนดว้ย เอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความรู้ทวั่ ไปเกี่ยวกบัการประกอบธุรกิจ กลุ่มตวัอยา่ งที่ใชใ้นการศึกษา ไดแ้ก่ นกัเรียนช้นั มธัยมศึกษาปี ที่ 1โรงเรียนแคมป์ สนวิทยาคม สา นกังานเขตพ้ืนที่การศึกษามธัยมศึกษา เพชรบูรณ์ จ านวน 41 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบ เจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใชใ้นการวิจยั ไดแ้ก่ (1) เอกสารประกอบการเรียน ความรู้ทวั่ ไปเกี่ยวกบัการประกอบธุรกิจ จ านวน 1 เล่ม (2) แบบทดสอบวดัผลสมัฤทธ์ิ ทางการเรียน ความรู้ทวั่ ไปเกี่ยวกบัการประกอบธุรกิจ จ านวน 10 ข้อ และ (3) แบบประเมิน ความพึงพอใจของนกัเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน ความรู้ทวั่ ไปเกี่ยวกบัการประกอบ ธุรกิจ จ านวน 20 ข้อวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย( X ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่า E1 /E2 ตามเกณฑ์ 80/80 และการทดสอบสมมุติฐานโดยใช้ T-test for Dependent 
รายงานการใช้เอกสารประกอบการเรียนสาระเศรษฐศาสตร์-ครูรจนา
เนื่องจากวิชาสังคมศึกษา สาระภูมิศาสตร์มีเนื้อหาที่ค่อนข้างกว้างและเยอะการเรียนแบบ ร่วมมือจะช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ง่ายและเร็วขึ้น การเรียนแบบร่วมมือ เป็นกระบวนการเรียนการสอนที่ช่วยให้ ผู้เรียนเกิดทักษะการท างานกลุ่ม การคิดวิเคราะห์ร่วมกัน ผสมผสานทักษะของการอยู่ร่วมกันในสังคมและ ทักษะด้านเนื้อหาวิชาการต่างๆ ซึ่งมีความสลับซับซ้อนกว่าการเรียนการสอนที่ใช้กระบวนการกลุ่มตามปกต
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะภาษาอังกฤษ -ครูภวรัญชน์
การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้มีความรู้ความสามารถ ใน การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเรื่อง Direct and Indirect Speech โดยใช้แบบฝึกทักษะภาษาอังกฤษ เรื่อง Direct and Indirect Speech รวมทั้งการลงมือทำแบบทดสอบเพื่อทดสอบความรู้ ความเข้าใจ และประเมิน ผลสัมฤทธิ์ทางการพัฒนาด้านการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ โดยผู้วิจัยได้จัดทำการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน รวมทั้งทำการคิดวิเคราะห์ผลคะแนน 

จากการศึกษาพบว่า จากการทดสอบจากแบบฝึกทักษะภาษาอังกฤษ เรื่อง Direct and Indirect Speech ทำให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถทำแบบทดสอบหลังเรียนได้ดียิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จาก การเปรียบเทียบผลการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เพิ่มขึ้น 
การพัฒนาชุดแบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน-ครูพิกุล
ผลจากการพัฒนาพฤติกรรมด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน นักเรียนได้รับการ พัฒนาทั้งด้านความรู้ ความสามารถ เจตคติ ค่านิยม ทักษะชีวิตและการเรียนรู้ตามขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งผู้ศึกษาได้สร้างขึ้นเป็นชุดแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เรื่องแรงและการเคลื่อนที่ ในแนวตรง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ส าหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนแคมป์สน วิทยาคม ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์ ส่งผลให้เกิดประโยชน์ดังนี้ 

1. ผลของการศึกษาในครั้งนี้ท าให้ผู้ศึกษาได้ทราบถึงประสิทธิภาพของการพัฒนาการเรียนรู้ของ นักเรียนด้วย ชุดแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เรื่องแรงและการเคลื่อนที่ในแนวตรง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ส าหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

 2. เป็นประโยชน์ต่อผู้ศึกษาและครูผู้สอนที่สนใจในการศึกษาในการแก้ปัญหานักเรียน ที่มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนต่ า รายวิชาวิทยาศาสตร์ ในด้านทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานที่ส าคัญ 8 ประการ โดยเฉพาะเรื่องแรงและการเคลื่อนที่ในแนวตรง
การพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ วิชาภาษาไทย-ครูพัฒนา
การวจิยัคร้ังน้ีมีวตัถุประสงค์เพื่อ 1. พัฒนาแบบฝึ กทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ วิชา ภาษาไทย ของนกัเรียนระดบั ช้นั มธัยมศึกษาปีที่6 โรงเรียนแคมป์ สนวิทยาคม 2. เพื่อหา ประสิทธิภาพของแบบฝึ กทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ให้มีคุณภาพตามเกณฑ์การประเมิน 70/80 3. เพื่อเปรียบเทียบความสามารถทางการเขียนเชิงสร้างสรรค์ วิชาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของนักเรียน ระดบั ช้นั มธัยมศึกษาปีที่6 ก่อนและหลงัเรียนโดยใชแ ้ บบฝึกทกัษะการเขียนเชิง สร้างสรรค์ รูปแบบการวิจัยคร้ังน้ีเป็ นการวจิยัเชิงปริมาณ กลุ่มเป้ าหมายเป็ นนกัเรียนช้นั มัธยมศึกษาปี ที่ 4 ปี การศึกษา 2564โรงเรียนแคมป์ สนวิทยาคม จ านวน 43คน ผลการวจิยัพบวา่ 1. ประสิทธิภาพของแบบฝึ กทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์จากการทดลองกบักลุ่มตวัอยา่ ง พบวา่ มีประสิทธิภาพ 78.00/82.33 แสดงวา่ แบบฝึกทกัษะการเขียน เชิงสร ้ างสรรคท ์ ี่พฒั นาข้ึน น้นั มีประสิทธิภาพตามเกณฑท ์ ี่กา หนดไว ้ คือ70/80 2. นักเรียนที่ได้ท าแบบฝึ ก ทักษะการเขียน เชิงสร ้ างสรรคม ์ ีความสามารถในการเขียนเชิงสร ้ างสรรคส ์ ูงกวา่ ก่อนทา แบบฝึกทกัษะการเขียน เชิงสร้างสรรค์ 
รายงานการใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง ลิมิตและความต่อเนื่องของฟังก์ชัน - ครูพัชรี
รายงานการศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) หาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง อนุพันธ์ของฟังก์ชัน รายวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80 / 80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง ลิมิตและความต่อเนื่องของฟังก์ชัน 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง ลิมิตและความต่อเนื่องของฟังก์ชัน ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนแคมป์สนวิทยาคม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 26 คน และในการศึกษาครั้งนี้ใช้ ประชากรเป็นกลุ่มตัวอย่างในการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย เอกสารประกอบการ เรียน แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ผลการศึกษา พบว่า เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง ลิมิตและความต่อเนื่องของฟังก์ชัน มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ กำหนด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ในระดับมาก
รายงานการพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด “ภูมิปัญญาภาษาถิ่นไทย” - ครูพชรมน
การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด “ภูมิปัญญาภาษาถิ่นไทย” ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนแคมป์สนวิทยาคม 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 โรงเรียนแคมป์สนวิทยาคม ที่มีต่อหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด “ภูมิปัญญาภาษาถิ่นไทย” ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนแคมป์สนวิทยาคม ที่ก าลังศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จ านวน 1 ห้อง จ านวน 33 คน โดยใช้วิธีการเลือกตัวอย่างสุ่มแบบง่าย (Simple Random Sampling) 
การใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น-ครูนฤพัฒน์
นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอน โดยใช้แบบฝึก ทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การวิเคราะห์ข้อมูลเบื ้องต้น วิชาคณิตศาสตร์พื ้นฐาน ภาพรวมอยู่ในระดับ มาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.49 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจสูงสุดในข้อ เนื ้อหาน่าสนใจและมีประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.61 
ศึกษาพฒั นาทกัษะความรู้ความเขา้ใจเกี่ยวกบั กริยา 3 ช่องในภาษาองักฤษ-ครูนภัสวรรณ
ในวิชาภาษาอังกฤษ มกัเกิดปัญหาที่บ่งช้ีวา่ ผูเ้รียนไม่สามารถจดจา ส่วนสา คญั ของภาษาองักฤษได้ เช่น คา ศพั ทไ์วยากรณ์เป็นตน้ ท้งัน้ีเนื่องจากผูเ้รียนไม่มีหลกัจา ที่จะนา มาใชช้่วยใหต้ นเองจา ไดท้ า ใหผ้เู้รียน ไม่สามารถต่อยอดความรู้ในระดบั ที่สูงข้ึนต่อไปได้ครูผูส้อนจึงไดพ้ ยายามสอนซ้า ทบทวน พร้อมอธิบาย เพื่อทา ใหผ้เู้รียนสามารถจดจา ไดม้ากข้ึน ถึงกระน้นัก็อาจยงัไม่ไดผ้ลดีเท่าที่ควรครูผสู้อนจึงใหผ้ ูเ้รียนหดั ทา แบบฝึกหดั ซ้า ๆ หลายคร้ังเพื่อความเคยชินและซึมซบัความรู้ที่พึงไดไ้ปในตวั วธิีการน้ีจะช่วยใหผ้เู้รียนได้ ฝึกคิดฝึกตอบ และมีโอกาสใคร่ครวญบทเรียนที่ไดเ้รียนมาก่อนหนา้น้ีเป็นการส่งเสริมทกัษะใหเ้กิดข้ึน และ ยงัจะมีผลดีต่อการพฒั นาการเรียนในระดบั สูงต่อไป จากปัญหาที่กล่าวมาขา้งตน้ ทา ใหผ้วู้จิยัสนใจที่จะพฒั นาทกัษะในการใชห้ลกักริยา 3 ช่อง ในภาษาองักฤษ ไดอ้ยา่ งถูกตอ้งในการเรียนวิชาภาษาองักฤษ ซ่ึงถือวา่ เป็นไวยากรณ์พ้ืนฐาน เพื่อวิเคราะห์ความสามารถใน การเรียนภาษาอังกฤษในการเรียนไวยากรณ์ เพื่อเป็นพ้ืนฐานที่ดีในการสื่อสารภาษาองักฤษใหม้ี ประสิทธิภาพเพียงพอตามที่หลกัสูตรข้นั พ้ืนฐานกา หนดไว้
รายงานการใช้นวัตกรรมใบงานมีชีวิตวิชาภาษาอังกฤษด้วย Application Live WorkSheets-ครูธีรวิชญ์
ภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศที่นิยมใช้ในการสื่อสารของคนทั่วโลก ทั้งด้านการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และการศึกษา ส าหรับประเทศไทยกระทรวงศึกษาธิการได้ก าหนดให้วิชาภาษาอังกฤษอยู่ในกลุ่มสาระ การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศโดยสถานศึกษาต้องจัดเป็นสาระการเรียนรู้พื้นฐานที่ผู้เรียนทุกคนต้องเรียนการเรียน ภาษาอังกฤษไม่ได้เรียนภาษาเพื่อความรู้เกี่ยวกับภาษาเท่านั้นแต่เรียนภาษาเพื่อให้สามารถใช้ภาษาเป็นเครื่องมือ ในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้ตามความต้องการในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในชีวิตประจ าวันและการท างาน

จากการที่ได้มีการสอนภาษาอังกฤษพื้นฐานในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ ค่อนข้างไม่ดี เหตุเพราะว่านักเรียนไม่สามารถสรุปข้อความรู้ที่ได้เรียนรู้ไปในแต่ละหน่วยการเรียน เมื่อพิจารณา จากปัญหาแล้วนักเรียนไม่สามารถสรุปใจความส าคัญและเนื้อหาที่เรียนไปได

จากปัญหาดังกล่าวครูผู้สอนจึงได้ศึกษารูปแบบและวิธีการสอนหลายๆ วิธีที่จะท าให้นักเรียนได้มีทักษะ ความรู้ความเข้าใจ เมื่อเรียนจบหน่วยการเรียนแล้วสามารถสรุปเนื้อหาและสามารถท าแบบฝึกหัดที่ได้คะแนน ประเมินผลสัมฤทธิ์ที่เพิ่มสูงมากขึ้น นั่นคือ การท าใบงานที่มีชีวิต โดยใช้ Application Liveworksheets ซึ่ง นักเรียนมีความสนใจ ท างานส่งได้ตรงเวลาและคะแนนผลสัมฤทธิ์ที่สูงขึ้น
รายงานวิจัยการใช้นวัตกรรมสื่อการจัดการเรียนรู้สร้างขึ้นจาก Office Mix และ Wordwall-ครูธนาภรณ์
ในการวิจัยครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อการสร้างและศึกษาสื่อการจัดการเรียนรู้ที่นักเรียน สามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลาและทุกที่ โดยการสร้างคลิปวิดีโอจาก Office Mix และตรวจสอบความเข้าใจใน การเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2-1/4 ปีการศึกษา 2564 จ านวน 91 คน ในเรื่อง Verb to be โดยใช้แบบทดสอบรูปแบบเกม True or False ที่สร้างขึ้นจาก Wordwall เพื่อช่วยลดปัญหาใน เรื่องของความเหนื่อยล้าจากการเรียนออนไลน์เป็นเวลานานทั้งตัวนักเรียนและอุปกรณ์ของนักเรียน

ผลการวิจัย พบว่าจ านวนการเข้าชมคลิปวิดีโอเรื่อง Verb to be ของนักเรียนซึ่งมีการเข้า ชมจ านวน 44 ครั้งและ ผลการท าแบบทดสอบเพื่อตรวจสอบความเข้าใจด้วยตนเอง มีนักเรียนเข้าท า แบบทดสอบจ านวน 39 คน และได้คะแนนผ่านเกณฑ์ 15 คน โดยคิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 38.46 จากนักเรียน ทั้งหมด 91 คน จึงแสดงให้เห็นว่ามีนักเรียนบางคนยังไม่ได้เข้ารับชมและท าแบบทดสอบ 
รายงานการพัฒนาบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง การเขียนโปรแกรมภาษาซี - ครูชัยวัฒน์
การศึกษาครั้งนี้วัตถุประสงค์เพื่อ1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของบทเรียนบนเครือข่าย อินเทอร์เน็ต เรื่อง การเขียนโปรแกรมภาษาซี รายวิชาการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ระดับมัธยมศึกษา ปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้บทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง การเขียนโปรแกรมภาษาซี รายวิชา การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ส าหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 3)เพื่อศึกษาความพึงพอใจ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง การเขียนโปรแกรมภาษาซี รายวิชา การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน แคมป์สนวิทยาคม

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่5/2 ภาคเรียนที่ 2 โรงเรียน แคมป์สนวิทยาคม จังหวัดเพชรบูรณ์ ปีการศึกษา 2563จ านวน 22คน ได้มาด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling)

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) บทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง การเขียน โปรแกรมภาษาซี รายวิชา การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 2)แบบ ประเมินคุณภาพบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง การเขียนโปรแกรมภาษาซี 3)แบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การเขียนโปรแกรมภาษาซี รายวิชา การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ส าหรับ นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 จ านวน 30 ข้อ ที่สร้างขึ้นตามผลการเรียนรู้ เป็นแบบทดสอบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรื่อง การเขียนโปรแกรมภาษาซี รายวิชา การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ส าหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษา ปีที่ 5 จ านวน 20 ข้อ การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย( X ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และ ทดสอบค่าทีt-test (dependent) น าเสนอข้อมูลโดยใช้ตารางประกอบการบรรยาย 
การแก้ปัญหาการส่งงานในรายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี - ครุชวดล
การวิจัยในครั้งนี้เป็นวิจัยเรื่อง การแก้ปัญหาการส่งงานในรายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี รหัสวิชา ว31103 โดยใช้วิธีการส่งงานผ่านระบบห้องเรียน ออนไลน์ (Google Classroom) ของนักเรียน ระดับ ชั้นปีที่ 4 โรงเรียนแคมป์สนวิทยาคม โดยประชากรในการท าวิจัยคือระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 จ านวน 85 คน ซึ่งใช้ ระยะเวลาในการท าวิจัย 1 ภาคเรียน คือ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เครื่องมือที่ใช้ใน การวิจัยครั้งนี้ เป็นเครื่องมือที่ผู้จัดท าได้สร้างขึ้นได้แก่ แบบประเมินความพึงพอใจต่อการ ส่งงานผ่านระบบ google classroom และระบบ google classroom ที่เป็นเครือข่ายของ website google เครื่องมือของ แบบประเมินความพึงพอใจเป็นแบบมาตราการประเมิน (Rating Scale) 5 ระดับ ตามแนวคิดของ ลิเคิร์ท ข้อค าถามจ านวน 6 ข้อ โดยใช้เกณฑ์น้ าหนักคะแนนประเมินค่าจัดอันดับความส าคัญ และส าหรับการ แปล ความหมายใช้ค่าเฉลี่ยของค่าที่วัดได้และยึดแนวคิดของเบสท์ (Best, 1986 : 195) การวิเคราะห์ข้อมูลจะใช้ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ปริมาณการส่งงานของนักเรียน คือ ค่าเฉลี่ย (µ) และร้อยละ (%) ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูล ด้านความพึงพอใจใช้สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าเฉลี่ย (µ) ร้อยละ (%) และส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน (σ) 
รายงานการใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา(พระรัตนตรัย)-ครูชลิดา
รายงานการใช้แบบฝึกทักษะ สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ที่ผู้วิจัยได้จัดท าขึ้นเพื่อเป็น แนวทางในการแก้ปัญหาการเรียนการสอน เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผู้วิจัยได้ จัดท าแบบฝึกทักษะและได้พัฒนาการใช้ทุกครั้งที่ท าการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาการสอนให้มีประสิทธิภาพให้ มากขึ้น จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าการใช้แบบฝึกทักษะที่ได้จัดท าขึ้นมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าคะแนน ก่อนเรียน และสามารถน าไปใช้ในการเรียนการสอนเพื่อช่วยให้นักเรียนเกิดความก้าวหน้าในการเรียนร

การศึกษาครั้งนี้ส าเร็จลงได้ด้วยดี เพราะได้รับความอนุเคราะห์จากคณะครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ที่ได้ช่วยกันวิเคราะห์และร่วมมือกันในการมีส่วนร่วมในการจัดท าแบบฝึก ทักษะ ผู้วิจัยรู้สึกซาบซึ้งในความอนุเคราะห์จึงขอขอบคุณไว้ ณ โอกาส


การสร้างและพัฒนาชุดฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์เรื่องอัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ - ครูเฉลิมชัย
รายงานการสร้างและพัฒนาชุดฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วนและ ร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 1) เพื่อพัฒนาชุดฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ชุดฝึกเสริมทักษะ คณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 

 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาในเรื่องนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ก าลังเรียน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนแคมป์สนวิทยาคม อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์ จำนวน 20 คน ได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย โดยวิธีการจับฉลาก ซึ่งใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย 1) แบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการศึกษา พบว่า 1) ประสิทธิภาพของชุดฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์เรื่องอัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพดังนี้83/822 ) 

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียน เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ชุดฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .0
การพัฒนาสื่อการสอน วิชาชีววิทยา1 เรื่อง การหายใจระดับเซลล์ - ครูจตุรพร
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีการกำหนดให้สถานศึกษาจัดสาระการเรียนรู้ให้ครบทั้ง 8 กลุ่ม สาระในทุกช่วงชั้นวิทยาศาสตร์เป็นสาระหนึ่งที่สถานศึกษาต้องจัดการเรียนการสอนที่ตอบสนองต่อ หลักสูตรใหม่ เพราะตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันวิทยาศาสตร์มีความส าคัญยิ่งต่อโลกและการด าเนิน ชีวิตด้วยเหตุผลประการแรกคือ โลกปัจจุบันเป็นโลกของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเราทุกคนต้องเกี่ยวข้อง ตลอดเวลาไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วยให้มนุษย์สะดวกสบายและมี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และประการที่สอง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีบทบาทที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนา ประเทศให้เจริญก้าวหน้า ฉะนั้นพลเมืองทุกคนของประเทศจ าเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อชีวิตและสังคมที่มีคุณภาพทั้งในปัจจุบันและอนาคต อันเป็นหน้าที่โดยตรง ของการศึกษาด้านวิทยาศาสตร
การพัฒนาการอ่านประสมคำสัทอักษรภาษาจีน-ครูขวัญจิรา
การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ได้มีความรู้ความสามารถ ในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเรื่อง ระบบเสียงและสัทอักษร โดยใช้สื่อบัตรค าศัพท์ไม้บรรทัดพินอิน เรื่อง ระบบเสียงและสัทอักษร รวมทั้งการทดสอบอ่านประสมคำสัทอักษรเพื่อทดสอบความรู้ ความเข้าใจ และ ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการพัฒนาด้านการเรียนรู้ภาษาจีน โดยผู้วิจัยได้จัดทำการสอบอ่านประสมค าสัทอักษร ก่อนเรียนและหลังเรียน รวมทั้งท าการคิดวิเคราะห์ผลคะแนน จากการศึกษาพบว่า 
 
จากการทดสอบจากการใช้สื่อบัตรค าศัพท์ไม้บรรทัดพินอิน ระบบเสียงและสัท อักษร ท าให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถท าการสอนอ่านประสมคำสัทอักษรหลังเรียนได้ดี ยิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จากการเปรียบเทียบผลการทดสอบอ่านประสมค าก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่ เพิ่มขึ้น 
การพัฒนาทักษะทางด้านนาฏศิลป์ โดยใช้สื่อนวัตกรรมฯ - ครูกาญจนา
การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ได้มีความรู้ความสามารถ ในการพัฒนา ทักษะทางด้านนาฏศิลป์โดยใช้สื่อนวัตกรรมแบบวีดิทัศน์ประกอบการสอน เรื่องนาฏยศัพท์เกี่ยวกับการใช้มือ และนาฏย ศัพท์เกี่ยวกับการใช้เท้า โดยผู้วิจัยได้จัดท าชุดฝึกทักษะทางด้านนาฏศิลป์ แบบบันทึกคะแนนก่อนและหลังการใช้ชุดฝึก ทักษะ เรื่องนาฏยศัพท์เกี่ยวกับการใช้มือ และนาฏยศัพท์เกี่ยวกับการใช้เท้า รวมทั้งท าการคิดวิเคราะห์ผลคะแนน จากการศึกษาพบว่า 
 
จากการทดสอบจากชุดฝึกทักษะทางด้านนาฏศิลป์เรื่องนาฏยศัพท์เกี่ยวกับการใช้มือ และ นาฏยศัพท์เกี่ยวกับการใช้เท้า ทำให้นักเรียนมีทักษะ มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถทำแบบทดสอบหลังเรียนได้ดียิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จากการเปรียบเทียบผลการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เพิ่มขึ้น